คุณรู้จักBlogนี้ได้อย่างไร

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

ลาบดิบ


นับตั้งแต่พะเยา เชียงรายขึ้นไปนั้นจะมีความแตกต่างอยู่ที่การนำพริกขี้หนูดองหอมแดงดองมา เป็นส่วนประกอบด้วยส่วนลักษณ์ของพริกลาบนั้นจะมีส่วนที่ทับซ้อนระหว่างสอง โซนแรก คือถ้าหากว่าอยุ่ใกล้กับโซนไหนก็จะมีลักษณะคล้ายๆโซนนั้น

นอกจากความแตกต่างในเรื่องของพริกลาบแล้ว ความแตกต่างในแต่ละพื้นที่นั้นจะมีความนิยมในการปรุงแต่งเครื่องประกอบคือ เครื่องในต่างๆ นั้นต่างกัน ซึ่งถ้าหากเป็นลาบหมูนั้น บางที่จะนิยมทำให้สุกโดยการลวก แต่บางที่ก็จะนิยมทำให้สุกโดยการทอด ในภาษาของนักปรุงลาบการทอดจะเรียกว่าหมี่

แต่ถ้าหากเป็นลาบเนื้อไม่ว่าวัวหรือควายนั้น การทำเครื่องในจะมีอยู่สองตำหรับหลักๆ คือการลวก ซึ่งถ้าไม่ลวกก็จะใส่ลงไปดิบๆเลย แต่ในกรณีของใส้เพี๊ย (ใส้ที่มีขี้อ่อนของวัวและควายรสออกขม) มักจะนำมาย่างซึ่งเมื่อย่างได้ที่กลิ่นจะหอมรสเลิศ ส่วนเพี๊ย(ขี้อ่อนที่อยู่ในใส้)เมื่อทำให้สุกแล้วจะนำมาผสมกับเครื่องปรุง ทั้งหมด จากลาบธรรมดาก็จะเป็นลาบอีกประเภทหนึ่งซึ่งเรียกว่าลาบขม

ลาบเหนือ (ลาบเมือง) จะขาดไม่ได้เลยถ้าขาดผักกับเครื่องเคียง มีนานาชนิดตามแต่ละถิ่น แต่ผักทุกชนิดจะกินได้กับทุกลาบก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ลาบหมูจะกินกับ หญ้าตดหมา และยอดมะกอก เป็นต้น ส่วนผักพื้นฐานก็ได้แก่ ผักไผ่ หอมด่วน ผักคาวตอง ใบเล็บครุฑ ต้นหอมผักชี ผักชีฝรั่ง ผักกาดทั้งเขียวและขาว ผักจี้หูด ผักจี บางที่กินลาบหมูแกล้มมะเขือเทศสด ส่วนที่แปลกๆก็กินกับมะเขือแจ้เช่น้ำปลา หรือไม่ก็ ยอดขนุนทอด ไม่ก็ใบดีปลี ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นสมุนไพร

เมื่อถึงเทศการสงกรานต์ของทุกปี ที่จังหวัดเชียงใหม่จะมีการจัดแข่งขันลาบเป็นประเพณี มีทั้งรุ่นมืออาชีพ รุ่นมือสมัครเล่น ซึ่งจัดโดยสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น